ประวัติของเครื่องดนตรีทุกประเภทตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เสียงทุ้มอันไพเราะและจับใจ          ทำนองเสียงอันไพเราะของชนเชื้อชาติตะวันตก          การเลือกซื้ออย่างฉลาดและเข้าถึงเครื่องดนตรีมากยิ่งขึ้น          เส้นสายแห่งเสียงของความรักความโรแมนติกและอบอุ่น          จังหวะกระทบทำให้เกิดเสียงก้องกังวาน          จังหวะโบราณของยุคสุโขทัย          บรรเลงเสียงของทำนองผ่านไปยังหัวใจ          คงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของไทย          เสียงอันไพเราะในยุคสมัยที่ยาวนาน          เสียงแห่งอาณาจักรตะวันตกที่ลึกลับ          ดนตรีร็อกไร้พรมแดน          แนวดนตรีป็อปพลิ้วไหวไปตามจังหวะเพลง          ฮิปฮอปแร็พน้ำลายกระเด็น           ดนตรีไทยความเป็นมาเอกลักษณ์บ้านเรา           เครื่องดนตรีระนาดเอกถ้าได้ยินก็หลงใหล          ดนตรีอคูสติกฟังสบายเพลิดเพลินใจ          ดนตรีอาร์แอนด์บีจังหวะที่ลงตัว           แนวดนตรีฮาร์ดคอร์ความมันส์จะบังเกิด          แนวดนตรีเพื่อชีวิตบรรยายความได้อย่างสุดซึ่ง          แนวดนตรีลูกทุ่งของความเป็นไทย                             

คงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของไทย

กล่าวกันว่าประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่เก่าแก่และดั่งเดิม มีคนหลากหลายสัญชาติ ลาว พม่า จีน อินเดีย
เครื่องดนตรีไทยคือ เครื่องดนตรี ที่สร้างขึ้นมาจากศิลปวัฒนธรรมไทย มีรูปแบบในความเป็นเอกลักษณ์ของไทย
ลอกเลียนแบบมาจากชนชาติอื่นๆ หรือ คล้ายกัน
เครื่องดนตรีไทยเกิดจากคนเชื้อชาติไทยเอง และได้ลอกเลียนแบบต่างๆจากคนจีนในสมัยที่ไทยที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาณาจักร ฉ่องหวู่ ในสมัยปัจจุบันได้มีการแลกเปลี่ยนเครื่องดนตรีกัน มีการผสมผสานจากประเทศอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย เครื่องดนตรีไทยสมัยก่อนที่เก่าและมีชื่อเรียกกันว่า โกร่ง เกราะ กรับ ฉาบ ฉิ่ง ฆ้อง กลอง พิณเปี้ยะและขลุ่ย
ต่อมาไทยได้มีข้อตกลงปรองดองสัมพันธ์กับตะวันตกและอเมริกา ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเครื่องดนตรีของประเทศนั้นๆ และแบ่งออกได้เป็น 4 ยุคสมัยของไทยดังต่อไปนี้
สมัยสุโขทัย มีหลักฐานในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ได้บอกไว้ว่าคนไทยได้มีการเล่นเครื่องดนตรีอย่างสนุกสนานมาก และได้กล่าวไว้ว่า"ดบงคมกลอง ด้วยเสียงพาทย์ เสียงพิณ เสียงเลื้อน เสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น ใครจะมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน"
สมัยอยุธยา เป็นยุคที่มีการทำศึกสงครามอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ดนตรีไทยไม่เจริญก้าวหน้า ตอนหลังยุคสมัยอยุธยา ได้มีการเพิ่มเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งนั่นก็คือ ระนาดเอก ใช้เล่นดนตรีถวายให้แก่พระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีเครื่องดนตรีที่เล่นประกอบด้วย กรับ ขลุ่ย โทน ฉิ่ง ซอสามสายและกระจับปี่ ต่อมาได้นำจะเข้มาใช้เล่นแทนกระจับปีและเป็นการผสมผสานที่ดีมากกับดนตรีมอญชิ้นนี้ ทำให้ได้เสียงที่ละมุนมากๆ
สมัยธนบุรี มีเครื่องดนตรีของชาติต่างๆเข้าอย่างมากมาย มีวงดนตรีไทยให้เลือกฟังอยู่ 3 ประเภท วงเครื่องสาย วงปี่พาทย์และวงมโหรี ยุคสมัยธนบุรีได้เปลี่ยนแปลงไปไวมากและไม่มีหลักระบุว่าเป็นของกรุงธนบุรี อาจเป็นของสมัยอยุธยาก็ว่าได้
สมัยรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน ในสมัยนี้เป็นยุคที่ยาวนานมากๆ มีกษัตริย์ทั้งหมด 9 พระองค์ และได้มีเครื่องดนตรีเข้ามาอย่างแพร่หลายได้แก่ ทัด เปิงมาง ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ระนาดเหล็กเล็ก ฆ้องเล็ก ระนาดเอก ฆ้องชัย ฆ้องหุ่ย เครื่องปี่ประดับงาและมุก และอื่นๆอีกมากมาย