Author: admin

news-site-Pong-Lang-Thai-Musical-Instruments

ประวัติเครื่องดนตรีไทย โปงลาง

เมื่อพูดถึงเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านแล้ว ก็มีมากมายหลายประเภทด้วยกัน แต่ก็มีเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งทางภาคอีสาน ที่เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน มีมาตั้งแต่โบราณ และเป็นเครื่องดนตรีที่นำมาใช้ในการสร้างสีสันในงานต่าง ๆ อย่าง โปงลาง โปงลาง ในอดีตใช้เรียกชาวบ้านมาชุมนุม สำหรับ โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีประจำภาคอีสาน โดยมีการพัฒนาต่อยอดมาจากเกาะลอ หรือขอลอ เมื่อมองย้อนไปในสมัยอดีตทุก ๆ หมู่บ้าน จะมีเกาะลอนำไว้ใช้ตี ในยามที่เรียกชาวบ้านมาชุมนุมกัน เสียงของเกาะลอนั้น มีเอกลักษณ์ในเรื่องของเสียง ที่ดังก้องดังกังวานไกล ทำให้ได้ยินกันทั่วทั้งหมู่บ้าน สำหรับเรื่องราวความเป็นมาของโปงลางนี้ มีที่มาจากท้าวพรหมโคตร ซึ่งท่านท้าวพรมโคตรนี้ เป็นผู้ที่อพยพมาจากประเทศลาว เขาได้มีการดัดแปลงนำเกาะลอยจำนวนหลายตัวมามัดรวมกันเรียงกันเป็นแถว ซึ่งทำให้เกิดเสียงดังกังวานมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก โดยเขาใช้ในการตีไล่นกกาที่จะบินโฉบเฉี่ยวมากินข้าวในนาของเขา ซึ่งก็ใช้ได้ผลดีเสียด้วย และแน่นอนว่าจุดประสงค์ในการตีนั้น ไม่ได้ตีเพื่อบรรเลงเป็นเพลง จนกระทั่งเกิดความไพเราะแต่อย่างใด หากแต่ตีเพื่อทำให้เกิดเสียงดัง ไล่นกไล่กาเฉย ๆ แต่บางครั้งด้วยความเบื่อหน่ายเขาก็ได้นำมาตีกระทบเป็นจังหวะเพลง จนกระทั่งเกิดไอเดียสร้างสรรค์ เรียงร้อยตัวโน๊ตใส่เข้าไปเกิดความไพเราะเสนาะหูขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้พัฒนากลายมาเป็นโปงลางดังเช่นในปัจจุบัน ถ่ายวิชา สร้างสรรค์งานดนตรี ท้าวพรหมโคตรได้ถ่ายทอดวิชาฝีมือในการทำเกาะลอที่นำหลาย ๆ ตัวมาเรียงร้อยเข้าไปด้วยกัน แล้วสอนการตีเกาะลอให้เป็นท่วงทำนองในระดับหนึ่ง ให้แก่นายปาน ต่อมาในนายปรานก็ส่งต่อความรู้วิชานี้ ให้นายขานผู้ซึ่งเป็นน้องชาย และต่อมานายขานก็ได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่ อาจารย์เปลื้อง ฉายรัศมี…

Big-Gong-Thai-Musical-Instrument-news-site

ประวัติเครื่องดนตรีไทย ฆ้องวงใหญ่

เมื่อพูดถึงหนึ่งในเครื่องดนตรีพื้นบ้านของไทยแล้ว จะขาดฆ้องวงไปไม่ได้เลย โดยประวัติความเป็นมาของฆ้องวงใหญ่นี้ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นเครื่องดนตรีหลักอีกชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญไม่แพ้เครื่องดนตรีอื่น ๆ เลย และยังจัดเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีหลักของวงดนตรีไทย, วงมโหรี และวงปี่พาทย์อีกด้วย สำหรับรากเหง้าความเป็นมา ของฆ้องวงใหญ่นี้ มีการสันนิษฐานกันว่า น่าจะมาจากกลองมโหระทึก ซึ่งกลองมโหระทึกนี้ ก็ถูกค้นพบอย่างเป็นทางการ ในบริเวณทางตอนใต้ของประเทศจีน มณฑลยูนาน รวมทั้งประเทศเวียดนาม, กัมพูชา และประเทศไทยของเรา ตำนานฆ้องวงใหญ่ ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่า กลองมโหระทึกนี้ เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นรากเหง้าของฆ้องวงใหญ่ ก็เพราะว่าโลหะที่ใช้ในการสร้างเป็นชนิดเดียวกัน สำหรับโลหะที่ใช้ในการสร้างกลองมโหระทึกนี้ จัดเป็นชิ้นงานโลหะผสม เช่นเดียวกับฆ้องซึ่งยังใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ด้วย และนอกเหนือไปจากชิ้นส่วนเนื้อโลหะแล้ว จากการสำรวจทางวิวัฒนาการก็พบว่า เครื่องดนตรี 2 ชิ้นนี้ ยังจัดเป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเดียวกันอีกด้วย แต่ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนหลายรูปแบบมาอย่างนานปี จนกระทั่งกลายมาเป็นรูปร่างของฆ้องวงใหญ่ดังเช่นในปัจจุบันนี้ สำหรับการพัฒนาแตกยอดกลายเป็นฆ้องวงใหญ่นี้ ได้รับการสันนิษฐานกันว่า น่าจะมาจากประเทศอินโดนีเซีย และถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว สำหรับฆ้องวงใหญ่นี้ จะประกอบด้วยลูกฆ้อง และวงฆ้อง โดยลูกฆ้องมีทั้งหมด 15 ลูกทำจากทองเหลืองทั้งชิ้น เริ่มจากลูกเล็กซึ่งอยู่ทางด้านขวาไล่มาจนกระทั่งเป็นลูกขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บริเวณทางด้านซ้าย โดยรางที่ใช้ในการทำฆ้องวงนี้ คือ หวายโป่ง ซึ่งจะมีการเว้นที่ว่างตรงกลาง เพื่อให้นักดนตรีเข้าไปนั่งข้างใน พร้อมบรรเลงเพลงฆ้อง…

Northern-Thai-musical-instruments-news-site

เครื่องดนตรีไทยภาคเหนือมีอะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงดนตรีในอดีตกาลของมนุษย์ นอกจากจะใช้เพื่อทำกิจกรรมบรรเลงรื่นเริงเพลินใจแล้ว จุดประสงค์ในการบรรเลงดนตรีในอดีต ก็มาจากการนำดนตรีนั้น เข้าไปประกอบกับพิธีกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นพิธีกรรมความเชื่อทางวัฒนธรรม หรือทางศาสนา ซึ่งเครื่องดนตรีในแต่ละประเทศ ในแต่ละภูมิภาคนั้น ต่างก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป สำหรับวันนี้ เราจะมาแนะนำให้คุณผู้อ่าน ได้ทำความรู้จักกับเครื่องดนตรีไทยจากภาคเหนือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางดนตรีที่น่าสนใจไม่แพ้เครื่องดนตรีภาคอื่นๆ เลย สะล้อหรือ ทะล้อ จัดเป็นเครื่องสายประเภทหนึ่ง ใช้สายบรรเลงในการสี แหล่งกำเนิดเสียงทำจากกะลามะพร้าว นำมาผ่าครึ่ง และปิดหน้าด้วยแผ่นไม้บางๆ โดยมีช่องเสียงอยู่บริเวณด้านหลัง ไม้ที่นิยมนำมาสร้างเป็นเครื่องดนตรีชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นไม้เนื้อแข็งอย่าง เช่น ไม้สัก เป็นต้น ซึง จัดเป็นเครื่องสาย ที่ใช้สายในการบรรเลงเพลงเฉกเช่นเดียวกันกับสะล้อ สำหรับไม้ที่นิยมนำมาสร้างเป็นเครื่องดนตรีชนิดนี้แนะนำว่าก็จะต้องเป็นไม้เนื้อแข็ง อย่างเช่น ไม้สัก ซึ่งได้รับความนิยมมาก อุปกรณ์ที่ใช้ในการดีด มักจะทำมาจากเขาสัตว์ที่นำมาเจียระไนเกิดความบาง สวนสายทำจากลวด หรือทองเหลืองก็ได้ ขลุ่ย สำหรับขลุ่ยของไทยนี้จะเป็นขลุ่ยที่ใช้การแบ่งกระแสลม จนกระทั่งทำให้เกิดเสียง ซึ่งมีความแตกต่างจากขลุ่ยผิวแบบจีนและขลุ่ยของไทยเองนั้น ก็มีหลายขนาด เช่น ขลุ่ยอู้ มีเสียงต่ำที่สุด ส่วนเสียงระดับกลาง คือขลุ่ยเพียงออ เสียงสูง คือขลุ่ยหลีบ โดยขลุ่ยจัดเป็นเครื่องดนตรี ที่จะขาดไปไม่ได้เลยในวงเครื่องสาย และวงมโหรี…

Southern-Thai-musical-instruments-news-site

เครื่องดนตรีไทยภาคใต้มีอะไรบ้าง

สำหรับภาคใต้นี้ก็เป็นอีกหนึ่งภาค ที่มีความน่าสนใจ และมีเอกลักษณ์ทางด้านดนตรีอย่างล้ำลึก ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีเครื่องดนตรีประจำ ที่ภาคสร้างขึ้นมาไว้เพื่อบรรเลงเพลงขับขาน ในยามทำกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้คนในภาคใต้ ซึ่งเครื่องดนตรีของภาคใต้ในแต่ละชิ้นนั้น ต่างก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก จะมีเครื่องดนตรีชิ้นไหนมีความโดดเด่นบ้างมาดูกันเลย ทับ อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ทับโนรา เครื่องดนตรีชนิดนี้ จะต้องเล่นเป็นคู่โดยนักดนตรีเพียงแค่คนเดียว โดยความแตกต่างของของเครื่องดนตรีทั้ง 2 ชิ้นนั้น ก็มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่จะใช้คนตีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีความสำคัญที่สุด เนื่องจากใช้ใช้คุมจังหวะ อีกทั้งยังใช้เป็นตัวนำในการเปลี่ยนจังหวะท่วงทำนองอีกด้วย โดยผู้ที่จะเล่นทับนี้ จะต้องมีความรู้ และประสบการณ์สังเกตการณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าการเล่นพับ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามผู้รำ ไม่ใช่ผู้รำเปลี่ยนแปลงตามจังหวะของทับ เพราะฉะนั้นผู้เล่นที่ดี จะต้องมีสมาธิ จดจำท่าทาง และนั่งในตำแหน่งที่มองเห็นผู้ร่ายรำตลอดเวลา และจะต้องตาม ท่วงท่าของผู้รำให้ทัน ปี่ จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าชิ้นเดียวของวงดนตรีในภาคใต้ ซึ่งได้รับความนิยมทั้งปี่ใน และปี่นอก เท่านั้นสำหรับปี่นี้ความจริงแล้ว มีวิธีเป่าที่ใกล้เคียงกับขลุ่ยมาก แต่ปีจะมีเพียงแค่ 7 รู และสามารถสร้างเสียงได้มากถึง 21 เสียง ซึ่งถือกันว่ามีความคล้ายคลึงกับเสียงพูดของมนุษย์มากที่สุด ใช้ในการเป่าเพื่อสะกดใจผู้ฟัง โหม่ง ในอีกชื่อหนึ่งเรียกว่าฆ้องคู่ โดยมีเสียงที่ต่างกัน สามารถให้ทั้งเสียงแหลม หรือเสียงทุ้มก็ได้…

Ponglang-Thai-pic

ประวัติเครื่องดนตรีไทย โปงลาง

ดนตรีโปงลางถือว่าเป็นวัฒนธรรมดนตรีพื้นเมืองที่แข็งแกร่งมากในบ้านเรา ดนตรีโปงลางเป็นดนตรีที่เล่นกันทั่วไปแต่ละพื้นที่ เสียงดนตรีโปงลางให้ได้ทั้งความสนุกสนาน และ เพลงแบบอื่นขึ้นอยู่กับลายวิธีการตีของนักดนตรี เชื่อว่าเราคงเคยได้ยินเสียงโปงลางมาบ้าง แต่อาจจะไม่รู้ว่า กว่าจะมาเป็นโปงลางนั้นมันเป็นอย่างไร เราจะมาเล่าให้ฟัง ต้นกำเนิดของโปงลาง เดิมทีนั้นโปงลางไม่ได้เป็นดนตรีเลย เป็นเพียงแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งเท่านั้นเอง ย้อนกลับไปในสมัยท้าวพรหมโคตร ณ ประเทศลาว ท่านนี่แหละเป็นผู้คิดโปงลางขึ้น แต่ตอนนั้นเราเรียกว่า เกราะลอ (และไม่ได้เป็นรูปร่างอย่างทุกวันนี้) เกราะลอในตอนนั้นเป็นเพียงแค่เกราะมีเอาไว้ใช้ในหมู่บ้าน เคาะเพื่อให้เกิดเสียงไล่นก ไล่กา ตอนที่มันบินลงมากินข้าวในไร่ในนา ต่อจากนั้นท้าวพรหมโคตรได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านกลางเหมือง อำเภอเมืองกาศสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนนั้นท่านได้ถ่ายทอดวิชาการทำเกราะลอให้กับลูกศิษย์ชื่อว่า นายปาน มาตรงนี้เกราะลอได้มีเริ่มมีการปรับรูปแบบให้เป็น 9 ลูก จากเดิมมีเพียง 6 ลูก นายปานศึกษาเกราะลอมาได้ตามอายุขัย ก็เสียชีวิตลง แต่ก่อนหน้านั้นได้ส่งต่อองค์ความรู้ไปให้กับ นายขาน ผู้เป็นน้องชาย จากนั้น นายขานก็ถ่ายทอดวิชาดังกล่าวอีกที ให้กับนายเปลื้อง ฉายรัศมี จากเกราะลอ สู่โปงลาง เมื่อองค์ความรู้เรื่องเกราะลอ ได้ถูกส่งต่อมาถึง นายเปลี้ยง เกราะลอได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดใหม่ จากเดิมที่เอาเกราะลอมาใช้เพื่อเคาะให้เกิดเสียงไล่นกอย่างเดียว มาเป็นเครื่องมือในการพักผ่อนหย่อนใจ กล่าวคือเวลาชาวนาพักผ่อนจากการทำงานมาทั้งวัน ก็ใช้เกราะลอเป็นเครื่องมือเคาะเพื่อให้เกิดเสียง เกิดจังหวะขึ้นมาเพื่อให้สนุกสนาน เพลิดเพลินเวลาพักผ่อน…